การศึกษาอิทธิพลของรูปทรงชิ้นงานต่อความสัมพันธ์ระหว่างการดีดตัวกลับกับความเครียดในกระบวนการดัดโลหะแบบอัด

การศึกษาอิทธิพลของรูปทรงชิ้นงานต่อความสัมพันธ์ระหว่างการดีดตัวกลับกับความเครียดในกระบวนการดัดโลหะแบบอัด

คณะผู้จัดทำ          1.นางสาวปทิดา เอี่ยมจุฬา 2.นายสรศักดิ์ พงษ์สมบูรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษา  ผู้ช่วยศาสตรจารย์ไพฑูรย์ พูลสุขโข

ปี                             พ.ศ.2556

คำสำคัญ               การดัดขึ้นรูป การดีดตัวกลับ ความเครียด

บทคัดย่อ

การจัดทำปริญญานิพนธ์ในหัวขอ้การศึกษาอิทธิพลของรูปทรงชิ้นงานต่อความสัมพันธ์
ระหว่างการดีดตัวกลับกับความเครียดในกระบวนการดัดโลหะแบบอัด ซึ่งในกระบวนการดัดขึ้น
รูปแบบอัดนี้ทำให้เกิดการดีดตัวกลับในชิ้นงานที่ทำให้ค่าองศาในการดัดน้ันไม่ตรงตามที่ตอ้งการ
ดังนั้นกลุ่มนักศึกษาต้องการศึกษาถึงข้อบกพร่องทางกายภาพ ความหนาผนังหน้าตัดส่วนโค้งของชิ้นงานท่อกลวง การดีดกลับของชิ้นงานที่ได้รับอิทธิพลจากองศาในการดัด และการวิเคราะห์ความเครียดในแต่ละองศาของชิ้นงานดดัเพื่อให้ทราบถึงอิทธิพลต่างๆที่ทำให้เกิดความเสียหายในกระบวนการดัด

ในการศึกษานี้ใช้วัสดุเหล็กท่อกลวงและเหล็กแผ่น เกรด DIN St 37เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ
เกรด DIN SR24 อลูมิเนียมท่อกลวง, เส้นกลมและแผ่น เกรด ASTM AA6063 ทองแดงท่อกลวง,
เส้นกลมและแผ่น เกรด UNS C11000 แล้วไปดัดในมุมที่แตกต่างกันคือ 30, 60 และ 90องศา นำชิ้นงานที่ได้หลังจากการดัดมาวิเคราะห์ถึงข้อบกพร่องทางกายภาพ, ทำการวัดมุมองศาเพื่อหาค่า
องศาในการดีดกลับ, หาค่าความเครียดหลัก ความเครียดรอง และค่าความเครียดเทียบเท่าของ
ชิ้นงาน จากนั้นนำชิ้นงานที่มีรูปทรงท่อกลวงไปทดสอบความหนาบริเวณจุดเริ่มต้นของมุมการดัด ,จุดกึ่งกลางของมุมการดัด และจุดสุดท้ายของมุมการดัด

ผลการทดลองพบว่าเกิดการดีดกลับในทุกชิ้นงาน โดยชิ้นงานท่อกลวงเป็นชิ้นงานที่มีการ
ดีดกลับน้อยที่สุด และชิ้นงานแผ่น เป็นชิ้นงานที่มีการดีดตัวกลับ มากที่สุด ในชิ้นงานท่อกลวงนั้น จะพบว่าเกิดรอยบุบ ส่วนมากจะพบในชิ้นงานที่เป็นอลูมิเนียมท่อกลวงผนังของส่วนโค้งชิ้นงานท่อกลวงจากการวัดขนาดความหนาที่จุด A1, A2, B1, B2,C1และ C2 พบว่าจุด B1 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางส่วนโค้งด้านนอกจะเป็นจุดที่ชิ้นงานมีความบางที่สุดเมื่อทำการดัดที่มุม 90องศา ซึ่งเหล็กท่อกลวงมีค่าเท่ากับ 0.37 มิลลิเมตร อลูมิเนียมท่อกลวงมีค่าเท่ากับ 0.36 มิลลิเมตร ทองแดงท่อกลวงมีค่าเท่ากับ 0.44 มิลลิเมตรและที่จุด B2 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของส่วนโค้งด้านในชิ้นงานจะมีความหนามากที่สุดเมื่อทำการดัดที่มุม 90 องศา โดยที่จุด B2 ของ มีค่าเท่ากับ 0.46 มิลลิเมตร อลูมิเนียมท่อกลวงมีค่าเท่ากับ 0.46 มิลลิเมตร ทองแดงท่อกลวงมีค่าเท่ากับ 0.51 มิลลิเมตร ชิ้นงานทุกชิ้นงานที่ผ่านกระบวนการดัดนั้นจะเกิดการเสียรูปทรงบริเวณส่วนโค้งที่ทำการดัดนั้นเป็นผลมาจากความเครียดที่เกิดขึ้นบนผิวของชิ้นงาน ค่าความเครียดเทียบเท่า ที่มุมการดัด 90 องศา บริเวณกึ่งกลางส่วนโค้งด้านในและด้านนอกจะมีค่าสูงสุด คือ เหล็กท่อกลวงเท่ากับ 0.117, 0.371 อลูมิเนียมท่อกลวงเท่ากับ 0.139, 0.386 ทองแดงท่อกลวงเท่ากับ 0.096, 0.219 เหล็กแผ่นเท่ากับ 0.320, 0.350 อลูมิเนียมแผ่นเท่ากับ 0.342, 0.358 ทองแดงแผ่นเท่ากับ 0.071, 0.281 หลังจากการวิเคราะห์ผลการทดลองที่ได้นั้น พบว่าความเครียดเทียบเท่าด้านนอกมีค่ามากกว่าด้านในเนื่องจากการยืดตัวตามแนวยาวของวัสดุ และองศาในการดัดที่เพิ่มขึ้นค่าความเครียดเทียบเท่าก็จะมีค่าเพิ่มมากขึ้น

Abstract

Preparation of a thesis on the topic of studying the influence of workpiece shape on relationship between rebound and stress in compression bending processes which in the bending process This compression creates a rebound in the workpiece that causes the bending angle to be misaligned. Therefore, students want to study physical defects.The wall thickness of the arc cross-section of the hollow tube workpiece The rebound of the workpiece influenced by the bending angle and analyzing the degree of stress on the bending workpiece to determine the various influences that cause damage in the bending process.

In this study, steel hollow tubes and plates of DIN St 37 grade were used. DIN SR24 Grade Aluminum Hollow Tube, Round Bar and Plate ASTM Grade AA6063 Copper Hollow Tube, Round lines and plates, grade UNS C11000, are bent at different angles of 30, 60 and 90 degrees.Lead the workpiece obtained after bending was analyzed for physical defects, and the angle was measured to determine the value. degree of rebound, find the main strain secondary stress and the stress equivalent of specimen. Then, the hollow tube-shaped specimen is taken to test the thickness at the beginning of the bending angle. , the midpoint of the bending angle and the final point of the bending angle.

The results showed that there was a rebound in all specimens. The hollow pipe workpiece is the workpiece that has been minimal rebound and sheet work It is the workpiece with the most rebound in the hollow tube workpiece. will find that dents Most of them are found in aluminum hollow tube workpieces, the wall of the hollow tube arc workpiece by measuring the thickness at points A1, A2, B1, B2, C1 and C2.It was found that point B1, which is the center of the outer arc, is the point where the workpiece is the thinnest when bending at a 90° angle. The hollow tube steel is 0.37 mm. The aluminum hollow tube is 0.36 mm. Copper. The hollow tube is 0.44 mm and at point B2, which is the center of the arc inside the workpiece, is the thickest when bending at a 90 degree angle.where the point B2 of is equal to 0.46 mm. Aluminum hollow tube is 0.46 mm. Copper hollow tube is 0.51 mm. All workpieces that undergo the bending process will deform around the bending arc. It is the result of stress on the surface of the workpiece. The equivalent strain, at a bending angle of 90 degrees, is the highest in the center of the inner and outer arcs.Namely, steel hollow tube is 0.117, 0.371, aluminum hollow tube is 0.139, 0.386, copper hollow tube is 0.096, 0.219, steel sheet is 0.320, 0.350, aluminum sheet is 0.342, 0.358, copper sheet is 0.071, 0.281. that experiment It was found that the outer equivalent stress was greater than the inside due to the longitudinal elongation of the material. And the higher the bending degree, the higher the equivalent strain value.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *